Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

พอนับ 1 ก็เริ่มนับถอยหลัง...

ทัศนะวิจารณ์

กาแฟดำ
19 กันยายน พ.ศ. 2551 05:00:00
พอนับ 1 ก็เริ่มนับถอยหลัง...

พอรับตำแหน่งนายกฯ วันแรก นายกฯ ที่ชื่อ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็โดนเริ่มนับถอยหลังแล้ว

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : เพราะสำหรับคุณสมชาย คนที่เป็นน้องเขย ทักษิณ ชินวัตร และได้ตำแหน่งนี้ เพราะแรงสนับสนุนของ "นักเลือกตั้ง" ที่รู้อย่างเดียว คือ การแลกจำนวนเก้าอี้ในกลุ่มของตนกับตำแหน่งรัฐมนตรี ย่อมไม่มีคำว่า "ฮันนีมูน" กับประชาชน

คนที่เฝ้าติดตามการก้าวสู่ตำแหน่ง นายกฯ ของคุณสมชาย ต่างก็มีคำถามอยู่ในใจมากมาย และตั้งเงื่อนไขเอาไว้มากมายก่ายกอง เพราะลึกๆ แล้ว ต่างก็รู้กันดีอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร

คุณสมชาย มีภาพลักษณ์ดีกว่าสมัคร สุนทรเวช ตรงที่เริ่มต้นด้วยถ้อยแถลงที่ต้องการสมานฉันท์ ถึงขั้นที่ "อู้เหนือแล่งใต้" ได้อย่างคล่องแคล่ว

หากคุณสมชาย ไม่ได้มีหน่อเนื้อที่ติดกับทักษิณ และครอบครัวปานนั้น สังคมทั่วไปก็อาจจะยัง "ให้ประโยชน์กับจำเลย" หรือให้ benefit of the doubt ได้

แต่คุณสมชาย มาด้วยต้นทุนติดลบทางการเมือง จึงเป็น "ภาระที่ต้องพิสูจน์" ให้กับคนทั้งแผ่นดิน ว่า เขามีความพร้อมที่จะทำงาน ทั้งๆ ที่มีโซ่ล่ามอยู่ที่ขาหนักหน่วงเช่นนั้น

พอเริ่มต้นเท่านั้น ความเหม็นเน่าของการเมืองเก่าก็โชยกลิ่นออกมาเต็มสูบ เพราะ "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ที่เริ่มต้นทำท่าจะ "ก่อขบถ" ให้ทบทวนชื่อคนที่จะเป็นนายกฯ นั้น ไม่ทันข้ามคืน ก็ "สงบศึก" เพียงเพราะสามารถต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควตาได้เท่านั้นเอง

เมื่อเริ่มต้นอย่างนี้ ก็ต้องรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าของหัวหน้ารัฐบาลที่ชื่อสมชาย จะต้องเผชิญกับขวากหนาม การข่มขู่คุกคามของ "นักเลือกตั้ง" และนักทำมาหากินในแวดวงการเมืองอย่างไร

แต่เมื่อคุณสมชาย ได้ตำแหน่งนี้เพราะมือที่ยกของกลุ่ม และมุ้งการเมืองต่างๆ ที่มีผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ก็หนีไม่พ้นว่าการตั้งคณะรัฐมนตรีจะต้องเข้าสูตรของความเปรอะเปื้อนอย่างไร

นี่ยังไม่ต้องพูดถึงประเด็นปัญหาหนัก หนาสากรรจ์ที่ประเทศเผชิญอยู่ และที่คนเป็นนายกฯ จะต้องสะสางคลายปมอย่างเร่งด่วน จริงจัง และจริงใจอย่างไร

ที่เห็นเด่นชัดเป็นประเด็นที่หนักหน่วงสำหรับคุณสมชาย ก็คือ จะสามารถตอบข้อสงสัยของประชาชนได้อย่างไรว่า

จะไม่เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อช่วยเหลือพรรคของตัวเอง หรือทักษิณ ชินวัตร ให้พ้นความผิดที่รอขึ้นศาลตัดสินอยู่ จะทำอย่างไรจึงจะเห็นว่านายกฯ คนนี้ จะไม่ทำอะไรที่เอื้อประโยชน์ต่อทักษิณ และครอบครัว (ที่ตัวผู้นำเองเป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้)

จะทำอย่างไรจึงจะไม่โดนกล่าวหาว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่...เช่นกรณีการไม่ทำอะไรเกี่ยวกับหนังสือเดินทางการ ทูตของทักษิณ และภรรยา หรือไม่ทำอะไรเกี่ยวกับการเอาตัวทักษิณ และภรรยากลับมาขึ้นศาลในฐานะ "ผู้ร้ายข้ามแดน"

จะแสดงความกล้าหาญด้วยการเอา NBT ออก และให้ช่อง 11 กลับมาเป็นสถานีโทรทัศน์ที่เอาเงินภาษีประชาชนไปใช้ แต่โดนนักการเมืองปู้ยี่ปู้ยำให้กลายเป็น "กระบอกเสียง" การโจมตีคนที่ไม่เห็นด้วยกับตน และ "เครื่องมือ" ของการทำมาหากินของคนบางกลุ่มบางก้อน ที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองในพลังประชาชนหรือไม่

นี่ยังไม่พูดถึงการที่รัฐบาลสมัครแต่ง ตั้งคนที่มีประวัติด่างพร้อยเข้าไปมีอิทธิพลเหนือตลาดหุ้น แบงก์ชาติ และ ก.ล.ต. ที่สร้างความเสียหายกับความเป็นมืออาชีพของคนในวงการนโยบายการเงินและ ทุนอย่างยิ่ง

นี่ยังไม่พูดถึงวิธีการที่นายกฯ คนใหม่ จะ "เจรจา" อย่างไรกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้เกิดสมานฉันท์และยืนยันว่า เสรีภาพแห่งการแสดงความคิดเห็น และการเคารพในกฎหมายของบ้านเมือง เป็นเรื่องที่ต้องเดินเคียงคู่กันไป

ในขณะที่ "อารยะขัดขืน" กำลังจะกลายเป็นกิจกรรมสำคัญของการเมืองภาคประชาชน ที่ต้องนำมาถ่วงดุลกับอำนาจการเมือง ที่ "นักเลือกตั้ง" ได้มาด้วยวิถีทางที่ใช้เงิน และอำนาจมืดในคราบของระบอบประชาธิปไตย

คุณสมัคร ไร้เสียซึ่ง "บารมีแห่งศีลธรรมจรรยา" ที่ฝรั่งเรียกว่า moral authority ในการเรียกศรัทธาของประชาชน เพราะไม่เคยแสดงออกถึงการเคารพในสิทธิแห่งการแสดงออกของคนอื่น แต่คุณสมชายก็ยังไม่อาจจะแสดงตนว่า มีคุณสมบัติข้อนี้เหนือกว่าคุณสมัครเท่าไรนัก

ถามว่าคุณสมชาย รู้ไหมว่าการเป็นนายกฯ จะต้องเผชิญกับแรงกดดัน และแรงเสียดทานหนักหน่วงเช่นนี้

ตอบโดยสามัญสำนึกว่าคุณสมชายรู้แน่

ถามต่อว่าถ้ารู้ ทำไมจึงยังอาสามารับตำแหน่งนี้

คุณสมชายยังไม่ได้ประกาศว่าที่รับตำแหน่งนี้ เพราะต้องการจะ "ปกป้องระบอบประชาธิปไตย" อย่างที่คุณสมัครอ้างจนถึงนาทีสุดท้าย

แต่ก็หนีไม่พ้นว่าจะต้องมีคนตั้งข้อสงสัยว่า ที่คุณสมชายแบกรับภาระหนักอึ้งเช่นนี้ เพราะต้อง "ปกป้อง" อะไรบางอย่างหรือไม่

ไม่กี่สัปดาห์ก็รู้ครับ

ไม่มีความคิดเห็น: