Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

หันหน้ามาพูดจากันดีกว่า

หันหน้ามาพูดจากันดีกว่า [23 ก.ย. 51 - 17:14]

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยืดเยื้อ ทำให้คนไทยตกอยู่ในความ เครียดยาวนาน ก็ยังพอจะมีข่าวดี ที่ช่วยให้มีความหวังอยู่บ้าง เช่น การมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ผู้มีท่าทีประนีประนอม ไม่ใช่ผู้นำแบบ ท้าตีท้าต่อย ข่าวการเจรจาลับๆระหว่างผู้แทน รัฐบาลไทยกับคณะผู้นำชุมชนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และข่าวที่ว่าอาจมีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย

สำนักข่าวอันตาราของอินโดนีเซียรายงานว่า ทางการอินโดนีเซียได้จัดการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับคณะผู้นำชุมชน ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการเจรจาอย่างลับๆ โดยมีรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ต้องถือว่าเป็นข่าวดี แม้แต่ข่าวการเจรจาระหว่างพลเอกเชษฐา ฐานะจาโร กับ คณะผู้นำขบวนการแบ่งแยกดินแดน ถึงจะไม่สำเร็จก็ยังเป็นการริเริ่มที่ดี

ส่วนการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ พธม.ยังไม่ได้เริ่มต้น เพียงแต่มีการยอมรับ ว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้โทรศัพท์ถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งใน แกนนำของ พธม. พลตรีจำลอง ศรีเมือง ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี อาจนำไปสู่การเจรจาระหว่างสองฝ่าย พลตรีจำลองกล่าวว่า “ทุกคนเป็นคนไทย” ถ้าต้องการเจรจาก็อาจทำได้ และยินดีต้อนรับทุกคน

ข่าวการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับพธม. ได้รับการขานรับจาก ดร.โคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งประกาศว่ายินดีที่จะเป็นคนกลางในการเจรจา โดยอาจเริ่มต้นด้วยการเจรจาเกี่ยวกับวิธีการเจรจาก่อน จากนั้นจึงเปิดเจรจา ในประเด็นอื่นๆ เช่น การเจรจาเรื่อง “การเมืองใหม่” และการถอนตัวจากทำเนียบรัฐบาล แลกกับการยกเลิกข้อหากบฏ

การเจรจาที่จะประสบความสำเร็จ ทุกฝ่ายจะ ต้องไม่ตั้งเงื่อนไขที่แข็งกร้าว จนอีก ฝ่ายหนึ่งรับไม่ได้ พธม.ไม่ควรยืนกรานว่ารัฐบาลต้องลาออกเสียก่อน จึงจะเปิดเจรจา และรัฐบาลก็น่าจะรับข้อเสนอ “การเมืองใหม่” ไปศึกษา โดยให้ประชาชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ในฐานะที่เป็นการปฏิรูปการเมืองรอบใหม่ ต่อจากการปฏิรูปการเมือง ด้วยรัฐธรรมนูญ 2540 อย่าด่วนปฏิเสธในทันที

ถ้าหากต้องการให้การเจรจาประสบผลสำเร็จ ทุกฝ่ายจะต้องสร้างบรรยากาศ แห่งสันถวไมตรี แสดงความจริงใจในการเจรจา โดยไม่ให้กลุ่มที่ยึดแนวทางสุดโต่งของทั้งสองฝ่าย ทำลายบรรยากาศที่ดี เช่น รัฐบาลจะต้องไม่ประกาศเดินหน้าต่อไปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ทุกฝ่ายจะต้องยึดหลักการประนีประนอม การประสานผลประโยชน์ และหาวิธีพบกันครึ่งทางให้จงได้

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่พลตรีจำลอง พูดคำว่า “ทุกคนเป็นคนไทย” ปัญหาความขัดแย้ง หรือความเห็นที่แตกต่าง ย่อมสามารถพูดจากันได้ โดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก แม้แต่กับกัมพูชาซึ่งเป็นต่างชาติ พูดกันคนละภาษา และมีข้อพิพาทกันเรื่องดินแดน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ยังพูดจากันได้ ทำไมคนไทยซึ่งพูดภาษาไทยเหมือนกัน มีพระ ประมุของค์เดียวกัน จึงจะพูดกันไม่รู้เรื่อง.

ไม่มีความคิดเห็น: