Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

ระบบตรวจสอบ-ถ่วงดุล

ระบบตรวจสอบ-ถ่วงดุล [3 ก.ย. 51 - 16:20]

วิกฤตการณ์การเมืองในขณะนี้ ทำให้กระบวนการที่เรียกว่า “ตุลาการภิวัตน์” กลับมามีบทบาทอีกครั้งหนึ่ง แม้รัฐบาลปัจจุบันจะได้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับตุลาการภิวัตน์ ส.ส. พรรครัฐบาลหลายคน วิจารณ์ว่าในระบบปัจจุบัน ฝ่ายตุลาการมีอำนาจมากเกินไป และล้ำแดนฝ่ายบริหาร แต่ เมื่อถึงคราววิกฤติ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดทำเนียบ รัฐบาลก็ต้องขอ บารมีศาลเป็นที่พึ่ง

รัฐบาลได้ร้องขอให้ศาลอาญาออกหมายจับแกน นำพันธมิตรฯ 9 คน ในข้อหาทางอาญาที่ร้ายแรง ร้องขอต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งให้ฝูงชนออกไปจากทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งให้รื้อถอนเวทีปราศรัย นำไปสู่การบังคับคดี จนนำไปสู่การใช้กำลังตำรวจและประชาชนส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ จนในที่สุดศาลแพ่งได้สั่งให้ทุเลาการบังคับคดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ตามคำร้องฝ่ายพันธมิตรฯ

คำว่า “ตุลาการภิวัตน์” เป็นศัพท์ ใหม่ ที่นักวิชาการท่านหนึ่งได้บัญญัติขึ้น หมายถึงการที่ฝ่ายตุลาการเข้าไปมีบทบาททาง การเมืองมากขึ้น เพื่อแก้ไขวิกฤติของประเทศ เริ่มด้วยการพิพากษาให้การเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2550 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือเป็นโมฆะ ตลอดจนทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดก่อน ต้องพ้นจากตำแหน่ง ฐานจัดการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ

นักการเมืองไทยบางส่วนอาจจะเห็นว่า บทบาทของศาลในเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องใหม่ แต่ในความเป็นจริง เป็นเรื่องที่มีมาช้านาน ในประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา มีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ระหว่างอำนาจ 3 ฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เป็นไปตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพื่อป้องกันการใช้อำนาจไปในทางที่ผิด

สำหรับประเทศไทย การที่ศาลตัดสินว่า แถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา กรณีเขาพระวิหาร ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพราะเป็นการทำสัญญากับต่างประเทศ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา รัฐบาลจะเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน แต่คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องการให้มีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน ระหว่าง 3 อำนาจ ใน เรื่องที่กระทบต่ออาณาเขตของชาติ

ตุลาการภิวัตน์จึงไม่ใช่การให้ อำนาจฝ่ายตุลาการมากเกินไป และไม่ใช่การล้ำแดนฝ่ายบริหาร ถ้าหากจะยึดถือหลักการคานและถ่วงดุลอำนาจ ในระบอบประชาธิปไตย ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ป้องกันไม่ให้อำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้อำนาจของตนจนเลยขอบเขต จนกระทบถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน และทำให้ประเทศชาติโดยส่วน รวมได้รับความเสียหาย

วิกฤตการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าสถาบันประชาธิปไตย ของประเทศ อำนาจ 3 ฝ่าย ตลอดจนรัฐสภา รัฐบาล และฝ่ายตุลาการ จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงได้หรือไม่? มีกลไกอะไรที่จะนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติได้หรือไม่? เพื่อดำรงไว้ซึ่งศรัทธา ความเชื่อถือของประชาชน ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และรักษาประชาธิปไตย.

ไม่มีความคิดเห็น: