Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

เปิดเวทีถกการเมืองใหม่

เปิดเวทีถกการเมืองใหม่ [16 ก.ย. 51 - 17:16]

ขณะนี้ “การเมืองใหม่” กลายเป็น หัวข้อที่มีการพูดถึงกันมากขึ้น ไม่เฉพาะแต่บนเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย (พธม.) แต่มีการถกเถียงอย่างกว้างขวาง ในวงนักวิชาการ อดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน กล่าวว่าการเมืองใหม่เป็น เรื่องที่ดี เพราะการเมืองเก่าถึงทางตันแล้ว น่า จะมีการเปลี่ยนแปลง การเมืองใหม่ต้องให้ ประชาชนมีส่วนร่วมที่แท้จริง

แม้แต่นักการเมืองอาชีพอย่างนายชวน หลีกภัย ก็พูดถึงการเมืองใหม่ อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะเรียกว่าการเมืองใหม่ หรือการเมืองเก่าก็ตาม แต่สาระสำคัญอยู่ที่ว่า ปัญหาทางการเมืองคืออะไร? ในฐานะคนในมองว่าเป็นเรื่องที่ธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นการเมืองที่ใช้เงิน มีการโกงเลือกตั้งหรือซื้อเสียง ซื้อ ส.ส. ซื้อพรรค องค์กรอิสระ สื่อมวลชน เราจะเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?

แม้แต่ พธม.ผู้จุดประเด็นเรื่องการเมือง ใหม่ขึ้นมาก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า “การเมืองใหม่” คืออะไรกันแน่? เพียงแต่พูดถึงสูตร ส.ส. 70�30 คือสรรหาหรือแต่งตั้ง 70% และเลือกตั้ง 30% ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนัก แต่ พธม.ชี้แจงว่า ยังไม่ใช่ข้อสรุป เป็นแต่เพียงยก ตัวอย่างขึ้นมาเพื่อจุดประกายสำหรับระดมความ คิดเห็นในสังคม ไม่ได้เป็นสูตรตายตัว เป็นแต่ เพียงการจำลองสมมติ

การแสวงหาการเมืองใหม่ไม่ใช่ เพิ่งจะเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่มีมานานนับ พันๆปีมาแล้ว ตัวอย่างเช่น เพลโต้ นักปรัชญาชาวกรีก ก็พยายามสร้าง “รัฐในอุดมคติ” ที่ มีระบอบการปกครองที่ดีที่สุด มีผู้ปกครองที่ดี ที่สุด และมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง จนใน ที่สุด โลกตะวันตกก็เห็นสอดคล้องกันว่า “ประชาธิปไตย” ถึงจะไม่ดีที่สุด แต่ก็เป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุด

เมื่อยอมรับว่าประชาธิปไตยเป็น ระบอบที่ดีที่สุด ก็จะต้องยอมรับต่อไปด้วยว่า ประชาธิปไตยมีองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่าง หนึ่ง นั่นก็คือการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาธิปไตยสอดคล้องกับคำจำกัดความของอับราฮัม ลิน-คอห์น นั่นก็คือเป็น “การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” แต่ลำพังการเลือกตั้งก็ไม่ทำให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ ยังต้องมีองค์ประกอบอีกมาก

องค์ประกอบของประชาธิปไตย นอกจากการเลือกตั้งแล้ว ยังต้องให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพทางการเมือง มีส่วนร่วมในทางการเมือง มีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจฉ้อฉล มีการ เรียกร้องหาผู้นำที่มีจริยธรรม และคุณธรรม เรียกร้อง “ธรรมาธิปไตย” การเลือกตั้งที่สุจริต และเที่ยงธรรม การป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตที่มีประสิทธิภาพ

การเมืองใหม่สำหรับเมืองไทยยังไม่มีสูตร ที่ตายตัว จึงไม่ควรจะด่วนสรุปว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ควรจะเปิดกว้าง เปิดเวทีให้มีการอภิปรายถกเถียงในหมู่นักวิชา การและประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ รวมทั้งการทำ ประชาพิจารณ์หรือประชามติ เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมกับสังคมไทยมากที่สุด แต่การเปิด ตลาดเสรีความคิดเห็นจะต้องกระทำภายใต้ บรรยากาศสันติ เสรี และสมานฉันท์.

ไม่มีความคิดเห็น: