Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

ให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ให้ประชาชนมีส่วนร่วม [22 ก.ย. 51 - 22:02]

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือ พิมพ์ หลายฉบับ รวมทั้งของหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ที่ว่า “แก๊ง ส.ส.ป่วนหนัก สมชายมึน ถูกรุมทึ้งเก้าอี้ รมต.” คือภาพสะท้อน “การเมืองเก่า” ตามมุมมองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล บางคนเปิดโปงว่ามีการประมูลซื้อเก้าอี้รัฐมนตรี บางพรรคเสนอให้ ส.ส.ถึงหัวละ 5 ล้านบาท แถมยังมีใบสั่งข้ามทวีปจากนครลอนดอน

จะเรียกว่าการเมืองเก่าหรือการเมืองใหม่ ก็สุดแท้แต่จะเรียก แต่การเมืองไทยในยุคประชาธิปไตย วนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์เรื่อยมา มักจะเริ่มต้นด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร ตามด้วยการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การเลือกตั้งใหม่ การซื้อสิทธิขายเสียง วิวัฒนาการมาเป็นการซื้อ ส.ส. ซื้อพรรค การใช้อำนาจหน้าที่ถอนทุนบวกกำไร กลับไปสู่การรัฐประหาร การร่างรัฐธรรมนูญใหม่

เนื่องจากการเมืองจมปลักอยู่ในนํ้าเน่ามา ช้านาน จึงมีความพยายามที่จะแสวงหาการเมืองใหม่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการลุกฮือของนักศึกษาและประชาชน ในเหตุการณ์ตุลา 2516 การปฏิรูปการเมืองครั้งแรก ด้วยรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้กำเนิดองค์กรอิสระมากมาย เพื่อเติมพลังให้ระบบการตรวจ สอบและถ่วงดุลแข็งแกร่ง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจ

แต่การปฏิรูปการเมืองยังไม่ บรรลุเป้าหมาย ถูกคั่นรายการด้วยรัฐประหารอีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 แต่ก็ยังมีความพยายามที่สานต่อการปฏิรูปการเมือง ด้วยรัฐธรรมนูญ 2550 และบัดนี้ พธม. ได้จุดประเด็น “การเมืองใหม่” เป็นการเมืองที่ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วม จึงควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม เริ่มตั้งแต่การกำหนดกติกาใหม่ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้

“การเมืองใหม่” อาจถือว่าเป็น การปฏิรูปการเมืองยกใหม่ แต่อย่าด่วนสรุปว่าต้องเน้นการสรรหาหรือการแต่งตั้ง เพราะการแต่งตั้งไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมาแล้วตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ 76 ปีก่อน คณะราษฎรใช้สูตร 50/50 คือให้ ส.ส.มาจากการเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง แต่งตั้งอีกครึ่งหนึ่ง แต่จุดอ่อนของการสรรหาในสังคมไทย คือระบบอุปถัมภ์ พรรคพวกเส้นสาย หรือแม้แต่ซื้อตำแหน่ง

อย่าเพิ่งท้อแท้และสิ้นหวังในการเลือก ตั้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นองค์ ประกอบที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่ประชาธิปไตยแบบฝรั่งหรือโลกตะวัน-ตก แต่เป็นหลักการสากลทั่วไป แม้แต่ในเอเชีย ประเทศประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ ล้วนแต่ยอมรับการเลือกตั้ง มีเผด็จการพม่าเพียงที่เดียว ที่ปฏิเสธการเลือกตั้ง

ทุกฝ่ายยอมรับว่าการเลือกตั้งในไทย ยังมีข้อบกพร่องอยู่เป็นอันมาก ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง และการโกงเลือกตั้ง แต่ก็สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ ด้วยการปฏิรูปการเมืองอย่างไม่หยุดยั้ง และเสริมพลังให้ระบบตรวจสอบแข็งแกร่ง อย่าลืมว่าแม้ แต่ในสหรัฐอเมริกา ก็มีการโกงการเลือกตั้ง มีการใช้อิทธิพลของแก๊งมาเฟีย ในการเลือกตั้งในยุคแรกๆ แต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ.


ไม่มีความคิดเห็น: