Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

ความไว้วางใจสาธารณะ' ที่หายวับไปกับตาในบัดดล

ทัศนะวิจารณ์

กาแฟดำ
26 กันยายน พ.ศ. 2551 05:00:00
'ความไว้วางใจสาธารณะ' ที่หายวับไปกับตาในบัดดล

ถ้าหากนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ บอกว่าลำดับสำคัญระดับต้น ของรัฐบาลของเขาคือการสร้าง "ความปรองดอง" ในประเทศ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือพูดอะไรต้องทำอย่างนั้น

เท่าที่ผ่านมาไม่กี่วัน คุณสมชาย ก็ทำข้อแรกไม่สำเร็จเสียแล้ว

เพราะพูดแล้ว ทำไม่ได้ หรือพูดไปอย่างนั้นเอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำไม่ได้

เช่นเริ่มต้นบอกว่า คณะรัฐมนตรีใหม่ของเขามีแต่ "คนดี" แต่พอรายชื่อทางการออกมา ผู้คนต่างร้องยี้กันยกใหญ่

บอกว่า จะยกเครื่องคณะโฆษกรัฐบาล ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

อดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช เสียผู้เสียคนก็เพราะ "ปาก" ของผู้นำนั่นแหละ

เมื่อพูดไปอย่าง แต่ทำอีกอย่าง หรือพูดไปแล้วทำไม่ได้ หรือพูดเพียงเพื่อแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ ปัญหาก็จะกลับมาหลอกหลอนตัวผู้พูดอยู่ดี

คุณสมัคร หลุดจากตำแหน่งเร็วก็เพราะวาจากับการกระทำไปกันคนละด้าน

ผู้นำคนใดพูดอย่างทำอีกอย่าง อาจจะหลอกคนบางคนบางเวลาได้ หรือหลอกคนทั้งหมดบางเวลาได้ แต่ไม่อาจจะหลอกคนทั้งหมดตลอดเวลาได้

ดังนั้น คำว่า "ความน่าเชื่อถือ" กับ "ความไว้วางใจ" จึงเป็นคุณสมบัติอันดับหนึ่ง ของคนที่อาสามาทำงานเป็นรัฐมนตรี

คุณโอฬาร ไชยประวัติ เคยเป็นนายแบงก์นักพยากรณ์เศรษฐกิจ เคยผิดพลาดครั้งใหญ่ ในการทำนายเรื่องเศรษฐกิจ และค่าเงินบาทช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อ 11 ปีก่อน จนถึงวันนี้ผู้คนก็ยังจำได้ว่าเขาเคยพูดไว้ว่าอย่างไร

ยิ่งเมื่อในช่วงหลังได้แสดงตนเข้าใกล้กับ "ฐานอำนาจทางการเมือง" ที่โยงใยโดยตรงถึงทักษิณ ชินวัตร ก็ยิ่งทำให้คนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองว่า "คำพูด" หรือ "วิจารณญาณ" ของเขาน่าเชื่อถือเพียงใด

จะแยกออกระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับทักษิณ และผลประโยชน์ของประเทศชาติได้หรือไม่?

พอความสงสัยคลางแคลงอย่างนี้เกิดขึ้นใน ความรู้สึกของสาธารณชนเท่านั้น ความไว้วางใจจากสาธารณะหรือที่เรียกว่า public trust ก็จะหดหายไปทันที

คุณสุชาติ ธาดาธำรงเวช ที่มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั้น ก็มีปัญหากับ "ปาก" เช่นกัน เพราะวันก่อนบอกว่าธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังติดต่อธนาคารพาณิชย์สามแห่ง เพื่อหาสภาพคล่องให้กับบริษัทประกันภัยที่มีปัญหา

เขาไม่ได้พูดในฐานะนายสุชาติ นักวิชาการ แต่ในฐานะเป็นรัฐมนตรีช่วยคลัง ที่มีความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ และทุกประโยคที่พูดออกมานั้นล้วนมีผลต่อตลาดทั้งสิ้น

วันรุ่งขึ้น เขาได้เลื่อนขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรียกนักข่าวไปบอกว่า "ผมยอมรับผิด" ที่พูดไปโดยไม่มีข้อมูลครบถ้วน ประชาชนอาจจะตื่นตกใจ เหมือนกรณีการเกิดไฟไหม้แล้วคนตกใจจนวิ่งเหยียบกันตาย

เมื่อวานนี้ คุณสุชาติ พูดอีก...คราวนี้บอกว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทควรอยู่ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ เพราะจะทำให้เกษตรกรขายสินค้าเกษตรในราคาที่สูงขึ้น แต่เงินที่เกษตรกรได้เพิ่ม 1 บาทนั้น จะทำให้ซื้อน้ำมันแพงขึ้น 10 สตางค์ สินค้านำเข้าจะแพงขึ้น

คุณสุชาติ บอกว่า คนไทยก็ต้องเลือกเอาว่าต้องการให้ราคาสินค้าเกษตรดี หรือต้องการเติมน้ำมันราคาถูก

ถ้าคุณสุชาติ ยังเป็นนักวิชาการ พูดจาอย่างนี้ก็คงไม่มีปัญหาเพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวางนโยบายของประเทศ แต่วันนี้คุณสุชาติ เป็นรัฐมนตรีคลัง การแสดงความเห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทควรจะอยู่ที่เท่าไรนั้น จะทำให้เกิดผลอย่างไรในตลาดการเงิน อัตราแลกเปลี่ยนและการกะเก็งเรื่องการค้าขายในตลาดอย่างไร เขารับผิดชอบหรือไม่?

ยังไม่ทันจะเริ่มทำงาน ทีมเศรษฐกิจของคณะรัฐมนตรีของคุณสมชาย ก็มีปัญหา "ความน่าเชื่อถือ" ในเรื่องของการแสดงความเห็นต่อสาธารณชนเสียแล้ว

ตั้งแต่ตัวนายกฯ ลงมาตลอดถึงคนมาเป็นรัฐมนตรีที่ผิดฝาผิดตัวทั้งหลายทั้งปวง

ไม่ใช่ ครม. ลับ ลวง พราง

แต่เป็น ครม. ยี้ ยั้วเยี้ยมากกว่า

ไม่มีความคิดเห็น: