Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

กฎหมายที่ไม่บังคับใช้

กฎหมายที่ไม่บังคับใช้ [18 ก.ย. 51 - 17:12]

วงการนักธุรกิจต่างแซ่ซ้องสรรเส ริญ เมื่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในกรุงเทพฯ เพราะเชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ มีความมั่นใจในสถานการณ์ของประเทศไทย และช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศลงได้ในระดับหนึ่ง

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า อันที่จริง ไม่ควรจะประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ ฉุกเฉินในนครหลวงของประเทศตั้งแต่ตอนแรกด้วยซ้ำไป เพราะไม่เชื่อว่าสถานการณ์บ้าน เมืองฉุกเฉินจริง บางฝ่ายวิจารณ์ด้วยว่า รัฐบาลจงใจสร้างสถานการณ์ให้มีการปะทะกันระหว่างกลุ่ม นปช.กับกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมของพันธมิตรฯ

ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีการ ตรวจสอบเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ แม้อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช จะสัญญาว่าจะให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ แต่ข้อเท็จจริงที่รู้กันทั่วไปก็คือ แม้จะมีประกาศใช้มาตรการตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินถึง 5 มาตรการ แต่ไม่ได้บังคับใช้แม้ แต่มาตรการเดียว เช่น ไม่ได้ห้ามมิให้มีการชุมนุมมั่วสุม ณ ที่ใด เป็นต้น

เมื่อกฎหมายใดไม่มีการบังคับใช้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะคงไว้ต่อไป โดย เฉพาะประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งนอกจากจะกระทบสิทธิและเสรีภาพของประชาชนแล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย และกระทำต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินกลายเป็นกฎหมายที่ไม่ได้ใช้บังคับ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 267 นายกฯที่พ้นตำแหน่งแล้วยังกลับมาได้อีก

แม้จะมีประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินใน กทม. คนไทยทั่วไปอาจรู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไร ยังสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แต่คนต่างประเทศอาจเข้าใจผิด เพราะเป็นการประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองหลวง อาจคิดว่าเกิดการจลาจล หรือแม้แต่สงครามกลางเมือง และไม่มีความปลอดภัย สภาอุตสาหกรรมฯจึงประเมินว่าถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อถึงสิ้นปี ประเทศไทยจะสูญเสียไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท

ถึงแม้จะประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินไป แล้ว แต่ถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กฎหมายพิเศษ เมื่อมีสถานการณ์ที่คุกคามต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน รัฐบาลก็อาจใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาใช้ได้เป็นกฎหมายที่มีความเข้มข้นน้อยกว่า พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ก็สามารถใช้กำลังทหารได้

พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายใน ให้อำนาจคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ กอ.รมน.เป็นผู้รับผิดชอบ ในการป้องกัน ปราบ ปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาสถาน- การณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ ภายในพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศภาวะฉุกเฉินให้ เป็นที่ตื่นตระหนกตกใจของคนไทยและต่างประเทศ หรือถูกใช้ปิดปากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล.

ไม่มีความคิดเห็น: