Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

การเมืองใหม่

ทัศนะวิจารณ์

ไชยันต์ ไชยพร
22 กันยายน พ.ศ. 2551 00:30:00
การเมืองใหม่

ไชยันต์ ไชยพร

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ระยะนี้ มีการกล่าวถึง การเมืองใหม่ กันมาก เข้าใจว่า เริ่มมาจากการปราศรัยของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถ้าจะถามว่า นอกจากแกนนำพันธมิตรแล้ว มีใครต้องการ การเมืองใหม่ บ้าง คำตอบ คือ ประชาชนที่เบื่อหน่ายกับวังวนของการเมืองแบบน้ำเน่า วังวนในที่นี้ คือ การใช้เงินในการซื้อเสียงเพื่อเข้ามามีอำนาจทางการเมือง คำว่า ซื้อเสียง ในที่นี้ กินความมากกว่าเพียงการเอาเงิน 500-1,000 บาทให้ประชาชนไปลงคะแนน แต่ยังรวมความถึงการอุปถัมภ์ช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยวัตถุสิ่งของต่างๆ อันนำมาซึ่งผลผูกพันให้ไปลงคะแนน เมื่อการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองต้องอาศัยเงินเป็นหลัก นายทุนจึงเป็นคนที่มีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จเข้าไปเป็นนักการเมืองได้ มากกว่าคนอื่นๆ เมื่อได้รับการเลือกตั้งเข้าไปแล้ว ก็ต้องหาทางชักทุนคืนผ่านการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการต่างๆ เพื่อสั่งสมทุนสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป

หรือหากนายทุนไม่ได้ไปเล่นการเมือง ด้วยตัวเอง แต่ส่งเงินสนับสนุนนักการเมือง นักการเมืองเหล่านั้นก็จะต้องตอบแทนเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนที่สนับสนุนการ เงินให้ตนได้รับเลือกตั้ง ไม่สามารถออกนโยบายที่ไปขัดผลประโยชน์ของกลุ่มทุนดังกล่าวได้ เรื่องราวทางการเมืองจึงเวียนว่ายอยู่ในวังวนเช่นนี้ ไม่สามารถพัฒนาชาติบ้านเมืองหรือดูแลผลประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริงได้

อย่างไรก็ตาม ในยามที่พรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาล ก็ได้มีการออกนโยบายที่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชนได้อย่าง รวดเร็ว แม้ตัวนโยบายจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า รัฐบาลชุดต่อๆ มา ก็ไม่สามารถเลิกนโยบายดังกล่าวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลไทยรักไทย สามารถออกนโยบายดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ คือ การได้คะแนนเสียงท่วมท้นจนสามารถเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้อย่างมั่นคง แต่กระนั้น พรรคไทยรักไทยก็ยังดึง ส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นๆ เข้าพรรค ทำให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยิ่ง ไม่ต้องมานั่งกังวลปวดหัวกับการต่อรองคัดค้านจากพรรคอื่นๆ ในการออกนโยบาย

เหตุผลสำคัญที่ทำให้พรรคไทยรักไทย สามารถหลอมรวมพรรคอื่นๆ เข้ามารวมเป็นพรรคไทยรักไทยที่ใหญ่และเข้มแข็งนั้น ไม่ใช่เป็นเพราะเรื่องอุดมการณ์ต้องตรงกันเท่ากับปัจจัยการมีทุนหนาของนาย ทุนพรรค และการตอบแทนเรื่องตำแหน่งเก้าอี้ต่างๆ

นายทุนพรรคซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคจึง อำนาจสมบูรณ์เบ็ดเสร็จ จะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจของตน และการซื้อขายหุ้นโดยเลี่ยงภาษีก็เป็นตัวอย่างหนึ่งในหลายตัวอย่างของการใช้ อำนาจทางการเมืองเพื่อเอื้อผลประโยชน์ส่วนตัว และแน่นอนจนถึงทุกวันนี้ เงินมีอำนาจเพียงพอที่จะเชิดนักการเมืองในสังกัด หรือพร้อมที่จะเข้าสังกัดไปในทิศทางต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในคดีต่างๆ และรวมทั้งการนิรโทษกรรมการถูกตัดสิทธิทางการเมือง เพราะจะว่าไปแล้ว การแก้รัฐธรรมนูญมิได้ให้ประโยชน์โดยตรงแต่อย่างไรกับบรรดา ส.ส. ที่พยายามเข้าชื่อกันขอแก้รัฐธรรมนูญ ดีไม่ดี เมื่ออดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คนหลุดออกมา คนพวกนี้ก็ย่อมจะกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แย่งเก้าอี้ ส.ส. ที่ไม่ได้ถูกตัดสิทธิเสียด้วยซ้ำ

การเสนอแนวคิดเรื่องการเมืองใหม่ คือ ความพยายามที่จะก้าวข้ามพ้นการเมืองที่ถูกครอบงำด้วยเงินอย่างที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม การเมืองใหม่ ย่อมไม่ใช่การพูดถึงนโยบายสาธารณะใหม่ๆ อาทิเช่น นโยบายด้านภาษี การศึกษา ฯลฯ แต่การเมืองใหม่เป็นเรื่องของการออกแบบการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง การสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และการตรวจสอบถ่วงดุลทางการเมือง

การออกแบบการได้มาซึ่งอำนาจทางการ เมือง คือ การกำหนดคุณสมบัติอันเหมาะสมของคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชน และกำหนดวิธีการในการรณรงค์หาเสียง รวมทั้งกำหนดวิธีการเลือกตั้งที่จะทำให้ปลอดจากการใช้เงินซื้อเสียงมากที่ สุดเท่าที่จะทำได้

การสร้างเสถียรภาพทางการเมือง คือ ทำอย่างไรให้รัฐบาลสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจสอบถ่วงดุล คือ ทำอย่างไรที่จะไม่ให้รัฐบาลใช้อำนาจไปในทางที่ขัดต่อผลประโยชน์ประชาชน และขัดต่อหลักการและคุณธรรมประชาธิปไตย

จะว่าไปแล้ว การเมืองใหม่เริ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ใช้มาได้ยังไม่ทันถึงหนึ่งปี ก็มีการพูดถึงการเมืองที่ใหม่กว่าแล้ว

การเมืองใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ ปัจจุบัน ได้ออกแบบการตรวจสอบถ่วงดุลโดยกระบวนการที่เรียกว่า ตุลาการภิวัตน์ อีกทั้งยังกำหนดการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไว้สองแบบ และให้อำนาจในการตรวจสอบถอดถอนนักการเมืองแก่ประชาชนโดยผ่านวุฒิสภา อีกทั้งยังกำหนดวิธีการเลือกตั้งไว้สองแบบ นั่นคือ แบบสัดส่วน และแบบเขต และในแบบเขตนี้ ให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งหนึ่งๆ สามารถเลือก ส.ส. ได้มากกว่าหนึ่งคน โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นๆ และยังมีข้อบังคับและบทลงโทษที่เข้มงวดรุนแรงต่อนักการเมืองที่ทุจริตเลือก ตั้ง อาทิเช่น การยุบพรรค ตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เป็นต้น

โดยปกติ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เพิ่งประกาศใช้ เขาจะรอเวลาให้ผ่านไปสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ผ่านการใช้จริง จะได้ประเมินจุดบกพร่องได้

ไม่ปฏิเสธว่า ความคิดที่จะให้มีการเมืองใหม่ที่ใหม่ขึ้นดีขึ้นเป็นเรื่องดี แต่ต้องอาศัยเวลา และจะต้องไม่คิดเองเออเอง ต้องค่อยๆ นำเสนอให้ประชาชนได้รับรู้พิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในภาคส่วนอื่นๆ ไม่ใช่แค่ประชาชนในกลุ่มของตัวเองเท่านั้น

นอกจากนี้ ความคิดที่ว่า หากยึดอำนาจรัฐได้แล้ว จะสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อ คนส่วนใหญ่ในสังคมสำนึกรู้และเข้าใจในโครงการการเมืองใหม่แล้ว ปัญหาจึงอยู่ที่การประเมินสถานการณ์ ว่า ขณะนี้ คนส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

นักปรัชญาชาวเยอรมันอย่าง อิมมานูเอล คานท์ กล่าวไว้ในข้อเขียนเรื่อง What is Enlightenment ว่า คนหรือกลุ่มคนที่ค้นพบกับปัญญาความรู้ใหม่ๆ และต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นโดยยึดอำนาจรัฐและใช้อำนาจนั้นในการ เปลี่ยนแปลง จะต้องเผชิญกับทางที่เป็นไปได้สองทาง นั่นคือ หนึ่ง ประชาชนตามไม่ทัน ไม่เข้าใจ เกิดการต่อต้านไม่ปฏิบัติตาม จนทำให้คณะผู้ปกครองที่รู้แจ้งนั้นต้องใช้อำนาจเผด็จการบังคับประชาชนให้ทำ ตามนโยบายของตน สอง ประชาชนตามไม่ทัน ไม่เข้าใจ เกิดการต่อต้านไม่ปฏิบัติตาม แต่ถูกบีบบังคับให้ปฏิบัติตาม จนประชาชนทนไม่ไหวลุกฮือขึ้นขับไล่ล้มล้างคณะผู้ปกครองที่หวังดีนั้นออกไป

ทั้งนี้ ยังไม่ต้องพูดถึงความเป็นไปได้ในการที่จะเข้าไปมีอำนาจรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น: