Loading...

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

รัฐมนตรีระบบโควตา อนาคตมืดมน

รัฐมนตรีระบบโควตา อนาคตมืดมน [26 ก.ย. 51 - 16:05]

ดู หน้าตา ครม.สมชาย 1 ที่ออกมาแล้ว ยังมองไม่เห็นว่าจะมีความหวัง ในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจสังคมและการเมือง ที่กำลังจ่ออยู่ตรงหน้าได้อย่างไร มีแต่รัฐมนตรีที่มาตาม “โควตา” ยื่นหมูยื่นแมวต่างตอบแทน ด้วย ประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ใครมือหนักกว่า ขาใหญ่กว่า มี ส.ส.ในสังกัดมากกว่า ก็ได้เก้าอี้รัฐมนตรีใหญ่กว่า มีราคาค่างวดกว่าไปครอง

ระบบโควตา เป็นผลเสียต่อชาติบ้านเมืองอย่างไร สื่อรุ่นเก่าๆ และคนเก่าๆที่ทันการเมืองเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนรู้ดี

ยกตัวอย่าง กระทรวงพาณิชย์ สมัยนั้น ถือเป็นกระทรวงเงิน เกรดเอ ที่นักการเมืองทุกคนหมายปองเป็นรัฐมนตรี เพราะสินค้า ส่งออกนำเข้ามากมาย ต้องขออนุญาตนำเข้าและส่งออกกับกระทรวงพาณิชย์ เช่น ข้าวสาร เสื้อผ้าสิ่งทอ เป็นต้น โดยมีรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเป็นผู้จัดสรรโควตาให้ แบ่งปันกันไปในหมู่ผู้ส่งออกนำเข้าที่เส้นถึง

ผู้ส่งออกนำเข้าแต่ละราย กว่าจะได้โควตาส่งออกนำเข้า ต้องวิ่งเต้นกันเลือดตากระเด็น มีตำนานเล่าสู่กันฟังมากมายว่า ต้องหิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์ (ชื่อเรียกกันสมัยนั้นตามกระเป๋าถือเอกสารในภาพยนตร์เรื่อง เจมส์บอนด์ 007) ใส่เงินสดๆ เต็มกระเป๋าไปวางต่อหน้า จึงจะได้โควตาส่งออกนำเข้า

แต่หลังจากเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนเป็นต้นมา ระบบโควตาส่งออกก็ค่อยๆเลิกไป จะยังมีเหลืออยู่บ้างหรือเปล่าในตอนนี้ผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้ติดตาม

ที่ผมอยากจะกราบเรียนคนไทยเจ้าของประเทศก็คือ ระบบโควตา เป็น ระบบที่เลวร้าย และ เป็นระบบที่ก่อให้เกิดการทุจริตคอรัปชันสูงสุด เพราะโควตามีจำกัด จึงต้องแย่งชิงกันทุกรูปแบบ โควตารัฐมนตรี ก็เหมือนกัน เมื่อมีการลงทุน ก็ต้องมีการถอนทุน

ใครที่ติดตามข่าวการจัดตั้ง ครม.สมชาย 1 ที่ผ่านมา คงได้ยินเรื่อง โควตารัฐมนตรี กันตลอดเวลา ใครสามารถคุมเสียง ส.ส.ในมือได้ 10-12 เสียง ก็จะได้โควตารัฐมนตรีตอบแทน 1 ตำแหน่ง โดยไม่จำเป็นต้องดูเรื่องความรู้ความสามารถในกระทรวงที่เป็นรัฐมนตรี แล้วแต่จะจัดสรรให้ ยกเว้นกระทรวงสำคัญที่เป็นโควตากลาง ของ “นายใหญ่” ซึ่งจะบำเหน็จให้ ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เชื่อฟังและจงรักภักดี

แม้จะมีเสียงจากบ้านเบเวอร์รีฮิลบอกว่า การจัดสรร ครม.ครั้งนี้ไม่มีโควตา

แต่จากการให้สัมภาษณ์ของ ดร.มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที ก็ยืนยันชัดเจนว่า ระบบโควตา นี่แหละที่ทำให้ พรรคเพื่อแผ่นดิน เกิดการแตกแยก ทำให้ สุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค ต้องถอนตัวไม่รับตำแหน่ง เพราะแกนนำกลุ่มต่างๆในพรรค ต่างก็เสนอบุคคลในกลุ่มของตัวเองเป็นรัฐมนตรี แต่โควตาไม่พอ กลุ่มบ้านริมน้ำ ที่ต้องการรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คงต้องรอครั้งหน้า

นี่คือ ระบบโควตารัฐมนตรี ที่เกิดขึ้นใน รัฐบาลสมชาย 1

การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยระบบโควตา ไม่เพียงทำให้ ไม่ได้คนเก่งคนดีเข้าไปบริหารชาติบ้านเมือง ยังก่อให้เกิดการ “ถอนทุน” ขนานใหญ่เกิดขึ้นในรัฐบาล ซึ่งจะเป็นที่มาของ การทุจริตคอรัปชันมากมาย ในโครงการต่างๆ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเมกะโปรเจกต์

เพราะในกลุ่ม 10-12 คนที่สนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ยกมือให้ฟรีๆ ต้องมีค่าตอบแทนน้ำใจเช่นกัน คนเป็นรัฐมนตรียังมีภาระต้องดูแลคนกลุ่มนี้ตลอดไป ตราบเท่าที่ยังเป็นรัฐมนตรี ไม่ว่าเงินประจำเดือนหรือผลประโยชน์อื่นๆ

นี่คือ ความจริงเรื่องเศร้า ในระบบการเมืองไทย ถ้าคิดจะ “ปฏิรูปการเมืองใหม่” นอกจากต้อง “ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง” ใช้ “คนหมู่มาก” กลั่นกรอง ส.ส.เพิ่มขึ้นอย่างที่ผมได้เสนอไปแล้ว ยังต้อง “ปฏิรูปกลไกการแต่งตั้งรัฐมนตรี” ด้วย ต้องทำให้ “ระบบโควตารัฐมนตรี” หมดสิ้นไป เพื่อ “เปิดทาง” ให้ “คนดีคนเก่ง” ได้มีโอกาสเข้ามาบริหารชาติบ้านเมือง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

ไม่มีความคิดเห็น: