Loading...

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

แม้นสถานการณ์บ้านเมือง สิ่งแวดล้อม สังคมไทยจะเปลี่ยนแปลงและซับซ้อนขึ้นมาก

แม้นสถานการณ์บ้านเมือง สิ่งแวดล้อม สังคมไทยจะเปลี่ยนแปลงและซับซ้อนขึ้นมาก
จน หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ทำไมจึงวุ่นวาย ปั่นป่วนขนาดนี้?!? คงต้องอธิบายว่า ความไม่จีรังคือความจริงที่จีรัง..วันก่อนที่เห็นคนเดือนตุลาสาปแช่งคนอย่าง สมัคร สุนทรเวช หรือแม้แต่ประณามตำรวจชื่อ สล้าง บุนนาค วันนี้เรายังได้เห็นได้ยินเขาจับเข่าคุยกันเป็นพันธมิตรทางการเมืองได้ แล้วนับประสาอะไรกับการที่เห็นคนใส่เสื้อแดง "เทิดทูน" นักโทษหนีคดีอย่าง ทักษิณ ชินวัตร หรือคนผูกคอสีเหลืองวันนี้กอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับกลุ่มเอ็นจีโอ โดยมี ทำเนียบรัฐบาล เป็นฐานที่มั่น ในขณะที่ รัฐบาลพลัดถิ่นต้องอาศัยสนามบินดอนเมืองทำงาน... การเสพข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในวันนี้ จึงสมควรต้องพิจารณาเลือกเชื่อและหาเหตุผลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจคล้อย ตามอย่างระมัดระวัง เพื่อมิให้กลายเป็น "เหยื่อ" ของเกมการเมือง... จดหมายฟ้องสื่อจากลอนดอน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า แถลงการณ์ทักษิณเขียนเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ประเทศไทย โกหกหน้าด้านๆ เพื่อเอาตัวรอด หากใครเลือกเสพเฉพาะแถลงการณ์ของนักโทษหนีคุก ย่อมจะต้องรู้สึกสงสารในชะตากรรมของนักธุรกิจหมื่นล้านที่ทำคุณกับประเทศ บ้านเกิดไม่ขึ้น ต้องกลายเป็นเหยื่อของอมาตยาธิปไตย หรือพรรคข้าราชการถึงขั้นไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ยิ่งเห็นภาพที่เผยแพร่ออกมา สองผัวเมียนุ่งขาวห่มขาวเข้าวัดสวดมนต์ภาวนา หากลืมไปว่าก่อนจะมีวันนี้ ทั้งคู่ทำร้ายประเทศไทยไว้แค่ไหน ก็คงน้ำตาคลออยากเปล่งวาจา "อโหสิกรรม" ให้แน่นอน...แต่ความจริงอีกด้าน คนไทยไม่ต้องไปค้นหาอ่านที่ไหน กรณ์ จาติกวณิช ส.ส.ปชป. ช่วยเขียนรื้อฟื้นความหลังออกมาเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หากเกรงว่า ปชป.เป็นพรรคฝ่ายตรงข้ามกับทักษิณเสมอมาล่ะก็ แค่เปิดหนังสือพิมพ์ย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2548 ก็พอ เชื่อว่า ความจริงวันนี้ ไม่ต้องรอถึง 1 พ.ย.2551 สังคมไทยก็จะร้อง..อ๋อ..คนรวยแล้วโกงแถมหน้าด้านอวดอ้างเอาบุญเอาคุณนั้น หน้าตาเหลี่ยมอย่างนี้นี่เอง... เสียงคร่ำครวญว่าถูกการเมืองเล่นงานบ้าง ตุลาการวิบัติบ้าง ล้วนเป็นความพยายามดิ้นรนปกติธรรมดาของ โจรที่ไม่เคยสำนึกยอมรับผิด ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ไม่เห็นปฏิกิริยาตอบโต้ของสถาบันตุลาการในกรณีอย่าง นี้ ที่สำคัญอีกไม่นานเกินรอ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ต้องเผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตัวขององค์คณะทั้ง 9 คนสู่สาธารณะอยู่แล้ว การไม่เต้นไปตามเพลงของ "โจรมากเหลี่ยม" ถือเป็นการคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือมากกว่า... ส่วนสังคมจะตั้งคำถามกับผู้พิพากษาเสียงข้างน้อย 4 คนหรือไม่อย่างไรนั้น เป็นอิสรภาพแห่งความคิดที่ห้ามกันไม่ได้ โดยเฉพาะ สมชาย พงษธา และ ประพันธ์ ทรัพย์แสง ที่ใครเห็นชื่อแล้วก็อ้าปากค้างด้วยความเซอร์ไพรส์ เฝ้ารออยากเห็นอยากอ่านคำวินิจฉัยส่วนตัวเสียจริงๆ... เสียงข้างน้อย 4 คน ที่ยังมี วัฒนชัย โชติชูตระกูล กับ พิชิต คำแฝง ทำไมจึงอยากอ่านคำวินิจฉัยของท่านสมชายและท่านประพันธ์?!? คำตอบง่ายๆ สมชายเป็นหนึ่งในพยานปากสำคัญกรณีติดสินบนตุลาการคดียุบพรรคไทยรักไทยที่แสนอื้อฉาว แม้ลงท้ายจับมือใครดมไม่ได้ แต่คณะกรรมการที่มี วิรัช ลิ้มวิชัย ซึ่งปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาเป็นประธานชุดสอบสวนนั้น ก็ลงความเห็นว่าคดีมีมูล..ส่วน ประพันธ์เป็นอดีตประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ตัดสินจำคุก ปปช.ในความผิดฐานขึ้นเงินเดือนตัวเอง และตอนนั้นเป็นเสียงเดียวที่ไม่รอลงอาญาอีกต่างหาก..ฉะนั้นคำวินิจฉัยของ เสียงข้างน้อยย่อมต้องน่าสนใจกว่าเสียงข้างมาก ในสายตาของสังคมไทยที่ลุ้นแทบจะขาดใจ เมื่อเห็นเสียงฉิวเฉียด 5 ต่อ 4 ที่ตัดสินทักษิณติดคุกทำผิดกฎหมาย ปปช.มาตรา 100 นั่นเอง... การตอบโต้คนขี้ฮกอย่างทักษิณไม่ใช่หน้าที่ของตุลาการ แต่เป็นภาระความรับผิดชอบของรัฐบาล ในฐานะผู้บริหารประเทศที่ต้องรักษาชื่อเสียงเกียรติยศโดยรวมของประเทศชาติ ประชาชน งานนี้ยังไม่เห็น สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทำหน้าที่สมกับความเป็นนายกรัฐมนตรี ก็คงจะไปบังคับขู่เข็ญไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ สุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิกาคณะรัฐมนตรี ชงเรื่องถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืนจากทักษิณ แล้ว นายกฯ ไม่เซ็นล่ะก็ บันทึกไว้วันนี้เลยว่า "ผัวเจ๊แดง" งานเข้าแน่ เพราะเป็นไปตามระเบียบของงานกองอาลักษณ์และเครื่องราชฯ ทุกประการ ที่คนถูกพิพากษาจำคุกต้องถูกริบเครื่องราชฯ คืน.. งานแบบนี้นักการเมืองอาจไม่รู้ไม่เข้าใจ แต่ระดับเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่เป็นลูกหม้อของสำนักงานแห่งนี้ และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองนิติธรรมรู้เรื่องกฎหมายมากที่สุดคนหนึ่งมา ก่อน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ล่ะก็ น่าจะสวมเสื้อสีแดงไปทำงานให้รู้แล้วรู้เรื่องเสียเลยนะเจ้าคะ... บันทึกบรรทัดสุดท้าย..ขอร่วมสวดมนต์ภาวนาต่อพระสยามเทวาธิราช ขออย่าให้ประเทศไทยต้องถอยหลังเข้าคลอง ด้วยเหตุอันไม่พึงปรารถนาเล้ย..สาธุ...

ไม่มีความคิดเห็น: