Loading...

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ความน่ากลัวของระบอบทักษิณ คุณรู้หรือไม่??‏

เรื่องของแผนการปฎิบัติการ คอมมิวนิตส์เก่า กับ ทุนสามาลย์
ทำไมสองสิ่งนี้ถึงมาอยู่ในวงโคจรเดียวกันได้
แผนการล้มล้าง สถาบัน ทุกสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง การปกครอง ไม่นับถือศาล ไม่เคารพในศาสนา
และหมิ่นสถาบันเบื้องสูงได้อย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากเมืองไทยเรามีพวกซ้ายจัด พวกคอมมิวนิตส์ เก่าที่เคยหนีเข้าป่า และไม่มีความศรัทธาใน สถาบัน
แต่คนพวกนี้ก็แฝงตัวอยู่กับสังคมโดยอาศัย นายทุน ที่เป็นนักการเมืองคอยดูแลเมื่อเห็นช่องทางในการวาง
รากฐานในการโค่นล้มจึงได้มาเจรจารวมกันกับทุนสามลย์ก็ คือ นาย ทักสิน นั่นเอง

ในการปฎิบัติการครั้งนี้ นายทักสินได้วางแผนไว้ทุกรากหญ้าของแผ่นดินไทย และ ต่างชาติ โดยสมคบกับบรรดาประเทศรอบๆเรา มีการเจรจาแบ่งแผ่นดินไทย เป็น 12 รัฐ แบ่งให้ใครบ้าง ?
ความผิดของทักษิณ
1. ทำลายระบอบประชาธิปไตยฯ, ละเมิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2540
2. ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ (ละเมิดพระราชอำนาจ)
3. ทำลายสถาบันศาสนา
4. ฉ้อราษฎร์บังหลวง
5. ขายสมบัติชาติ
6. แบ่งแยกดินแดน
7. ทำลายทำนบกั้นกระแสไหลบ่าของโลกาภิวัตน์
8. ทำลายวินัยทางการคลัง
9. ใช้นโยบายการต่างประเทศเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
10. ทำลายกระบวนการยุติธรรม
11. ทำลายจิตวิญญาณของชาติ
ทำลายระบอบประชาธิปไตยฯ, ละเมิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
หัวใจของระบอบประชาธิปไตยฯ คือการตรวจสอบ ถ่วงดุล เป็นระบบที่มีเหตุมีผล สังคมเปิดกว้าง ไม่ปิดกั้น ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิและเสรีภาพ เพราะประชาธิปไตยเชื่อว่า สังคมเปิดที่ไม่มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร

ทำลายและครอบงำกลไกการ ตรวจสอบถ่วงดุล -- คือ ส.ส. (ใช้กุศโลบายยุบรวมพรรค) ส.ว. (ซื้อ, แทรกแซง) และองค์กรอิสระ (ซื้อ, แทรกแซง และเข้ากำกับตั้งแต่ขั้นสรรหาและขั้นเลือกในวุฒิสภา)

* ทำลายหลักสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน ครอบงำสื่อ ปิดกั้นข้อมูลข่าวสารทั้งทางตรงและทางอ้อม

นอกจากนั้น ระบอบทักษิณยังทำลาย "วัฒนธรรมทางการเมืองประชาธิปไตย" อย่างถึงราก

ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
มีพฤติกรรมจาบจ้วง ใช้วาจาไม่เหมาะสม ละเมิดพระราชอำนาจ ซ้ำซ้อน หลายเรื่อง
อภิมหาฉ้อราษฎร์บังหลวง
สมัยก่อน "โคตรโกง" แต่สมัยนี้ "โกงกันทั้งโคตร" หนักไม่หนักคิดดูก็แล้วกันว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ต้องมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ทรงแช่ง
ขายสมบัติของชาติ
เป็นการขายโดยผ่านนโยบายแปรรูป รัฐวิสาหกิจ ยึดสมบัติชาติเป็นสมบัติตัวและพวกพ้อง ผ่านทางการกระจายหุ้นในตลาด และให้ Nominee ทั้งไทยและฝรั่งเข้ามาถือครอง ดึงต่างชาติเข้ามาร่วมถือครองรัฐวิสาหกิจที่เป็นสมบัติชาติ
ขายสถานีโทรทัศน์ และดาวเทียม ซึ่งมีความละเอียดอ่อนเรื่องความมั่นคง ให้ต่างชาติ

แบ่งแยกดินแดน
กระบวนทัศน์แบบพ่อค้าทำให้ ปัญหาภาคใต้ถึงวิกฤต และแบ่งแยกคนในชาติเป็นฝ่ายไทยรักไทย กับฝ่ายไม่ใช่ไทยรักไทย ตอนแรกคิดว่าโจรกระจอก เด็ดแต่ตัวหัว ๆ สัก 200 กว่าคนก็พอ
ทะเลาะกับมาเลเซีย และโลกมุสลิม
ไม่กล้าลงไปภาคใต้ ไม่เน้นพัฒนาภาคใต้จริง ๆ จัง ๆ เพราะภาคใต้ไม่เลือกไทยรักไทย

ทำลายวินัยการคลัง
สร้าง ธรรมเนียมใหม่ "การคลังที่ไม่ต้องผ่านสภาฯ" คือ ใช้เงินหวย ภายใต้การบริหารของเพื่อนร่วมรุ่นนรต. 26 ที่กลายเป็นกระเป๋าเงินติดสอยห้อยตามโตงแตงไปทุกที่ ทำตัวเป็นพระโพธิสัตว์แจกเงินเป็นว่าเล่น ทั้ง ๆ ที่เป็นเงินที่ต้องแลกด้วยการตกต่ำทางด้านศีลธรรมจริยธรรมของสังคม

ทะเลาะกับมาเลเซียทำปัญหาใต้ลุกลาม
เอาใจสิงคโปร์ให้มามีอธิปไตยเหนือดินแดนไทยบางส่วน เพราะเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกัน ทำให้มาเลเซียยิ่งไม่พอใจ

ส่งสัญญาณอุ้มฆ่า, ฆ่าตัดตอน
ส่งเสริมกลไกรัฐตำรวจ และสร้างกองกำลังติดอาวุธของตนเอง เช่น กรณีชรบ.(ตำรวจบ้าน)เชียงราย มาบุกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์

ทำลายรากเหง้า-จิตวิญญาณของชาติ
เป็นการทำลายชาติ อย่างสมบูรณ์แบบในขั้นสุดท้าย จนไม่เหลือสิ้นกระทั่งจิตวิญญาณ นั่นคือละเมิดขนบธรรมเนียม ประเพณี ซึ่งเป็นสายใยยึดโยงชาติ ที่สืบเนื่องกันมาแต่โบราณ แล้วสร้างแบบแผน-ธรรมเนียมใหม่ ให้คนในชาติหลงมัวเมาในวัตถุ หนี้สิน กระแสบริโภคนิยม

มอมเมาให้คนในชาติหลงยึดกับตัวบุคคล ผู้เป็นผู้นำหลักหนึ่งเดียว แล้ว ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก
รื้อทิ้งระบบคุณธรรม และมาตรฐานจริยธรรม
ตอกย้ำค่านิยมใหม่ให้แพร่หลาย จากเดิมนับถือคนดี มาเป็นนับถือความรวย

นายก รัฐมนตรีเดินแต่ห้างเอมโพเรียม สยามพารากอน กินกาแฟร้านแบรนด์เนมนอก ซื้อสบู่ราคาก้อนละ 2,000 บาท วันว่างก็ออกรอบตีกอล์ฟกับเพื่อนเศรษฐี หยุดลองวีคเอนด์ก็ไปต่างประเทศ (ลอนดอน, นิวซีแลนด์, ฮ่องกง, สิงคโปร์)
กลุ่มทุนของ ทักษิณ

กลุ่มชิณวัตร ดามาพงศ์
กลุ่ม มาลีนนท์
กลุ่ม โพธารามิก
กลุ่ม เจียรวนนท์
กลุ่ม มหากิจศิริ
กลุ่ม จึงรุ่งเรืองกิจ จุฬางกูร
กลุ่ม วงศ์สวัสดิ์และเทพกาญจนา
จะเห็นว่าการฝั่งลึกของรากเหง้าของระบอบทักษิณนั้นจะแก้ปัญหาได้ยาก นอกจากการเมืองใหม่เท่านั้น

5 จุดเปลี่ยนหลักของทักษิณ

1) ทักษิณมีแนวคิดที่ปรับโครงสร้างองค์กรบริหารราชการใหม่หมด คือ เดิมมีกระทรวงทั้งสิ้น13 กระทรวง1 ทบวงและ 1 สำนักนายก
เปลี่ยนเป็น 18 กระทรวง 1 ทบวง และ 1 สำนักนายก
2) ทักษิณใช้การแก้ปัญหาแบบประชาสงเคาะห์ แก้ปัญหาโดยเอาใจคนจน รากหญ้า เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ

3) การให้ประเทศไทยมีรายได้จากภาคธุรกิจอื่นนอกจากการส่งออก
4) การจัดองค์กรรวม คือ จะต้องรวมการเงิน หมายถึงสำนักงบประมาณ เรื่องงานหมายถึงสภาพัฒน์ เรื่องเงินคือ สำนักงบประมาณ
และคน หมายถึง สำนักข้าราชการพลเรือน

5) มุ่งแนวรุกมากกว่ารับและกำหนดขอบเขตที่แน่นอน
ความรุนแรงและอันตรายต่อสถาบันสามสถาบันและ ประเทศไทย ที่ทักษิณลำดับไว้เป็นรูปธรรม
1) สร้างความแตกแยกในสังคม ให้ประชาชนไม่รักกันทะเลาะกันมากเท่าไหร่ยิ่งเข้าแผนของไอ้เลว
2) จัดตั้งกลุ่มที่สามารถชี้นำชาวบ้านรากหญ้าเพื่อมาสร้างความแตกแยก
ปัจจุบันคือ นปก และ นปช
3) พัฒนาการต่อสู้ระหว่างอำนาจรัฐกับประชาชน ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
เหตุการ์ณ 7 ตุลา
4) ยกระดับความรุนแรงให้สูงขึ้น

5) ทำให้เกิดการจราจลและเกิดการเผา

6) ทำให้เกิดสงครามการเมือง

7) รัฐจะใช้อำนาจปราบปรามและฆ่าคนที่ต่อต้านทั้งหมดก่อนที่จะประการตัวเป็น สาธารณรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น: