Loading...

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

แถลงการณ์ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 3/2551

แถลงการณ์ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 3/2551

ชมรม นักธุรกิจมีความเชื่อว่า นักธุรกิจและประชาชนส่วนใหญ่สังคมต้องการความสงบ และอยากเห็นเรื่องยุติเสียที โดยให้ความยุติธรรมกับทุกๆฝ่าย เมื่อได้เห็นการที่อดีตนายกฯ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หลังจากไม่ให้การต่อศาล หนีศาลไปต่างประเทศ ทนายในคดีมีพฤติกรรมพยายามให้สินบน ศาล 2 ล้าน บาทจนถูกพิพากษาให้จำคุกแล้ว ไม่เข้ารับฟังคำพิพากษาของศาล หนีโทษไปต่างประเทศ แต่กลับให้พวกพ้อง จัดรายการโทรทัศน์ของรัฐแบบสัญจร แล้วกล่าวกับประชาชนกลุ่มหนึ่ง ว่า ท่านโดนยัดเยียดคุก 2 ปี เพราะกระบวนการ ยุติความเป็นธรรม และอีกหลายประเด็นนั้น เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งในหลายๆประการ ดังนี้

1. ท่านควรยึดหลักการประชาธิปไตย ที่สื่อความ 2 ด้าน ทุกครั้งที่มีปัญหาในประเทศที่เขาเป็นประชาธิปไตยแท้จริง เขาจะต้องพร้อมตอบผู้เห็นต่าง และผู้รู้ทัน อย่างเปิดเผยกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้นำสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษ หรือกระทั่ง อลัน กรีนแสปนอดีตผู้ว่าการธนาคารกลาง หรือประธานเลห์แมน บราเธอรส์ ผู้เป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้ง จะพร้อมตอบทุกคำถาม แม้เป็นคำถามจากผู้เห็นต่าง ก็เพราะจะทำให้ พูดเท็จไม่ได้ ด้วยจะถูกจับได้ การที่ท่านไม่เคยตอบกระทู้ในสภา ไม่ตอบการซักถามของศาล แต่ต้องพูดฝ่ายเดียวมาตลอดนั้น ท่านไม่ควรจะอ้างว่า ท่านเป็นตัวแทนระบอบเสรีประชาธิปไตย

2. ท่านควร เริ่มเคารพรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม โดยท่านมีพฤติกรรม ซุกหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูก คนใกล้ชิด และกองทุนลับ จนบัดนี้ ยังไม่มีคำตอบว่า เมื่อพ่อแม่โอนหุ้นมูลค่า 700 ล้านบาท แล้ว ทำไม 1 วันก่อนหน้านั้น ลูกจึงต้องทำตั๋วสัญญาใช้เงิน 4,500 ล้าน บาทให้กับแม่ด้วย อันเป็นช่องทางจ่ายปันผลทั้งหมด กลับไปให้แม่ และเมื่อมีการขายหุ้น ก็มีการโอนไปซื้อสโมสรฟุตบอลโดยท่าน เป็นการผิดรัฐธรรมนูญเรื่องการเปิดเผยทรัพย์สินอย่างซ้ำซาก ภรรยาของท่านถูกตัดสินแล้วว่ามีการซื้อขายหุ้นปลอมในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้เงินของภรรยาท่านจ่ายแทนพี่บุญธรรม และรับเอาเช็คจ่ายคนรับใช้ผู้โอนหุ้นเข้าบัญชีภรรยาเพียงเพื่อหนีภาษี ซื้อที่ดินจากหน่วยงานของรัฐ โดยมีการปรับเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ เช่นยกเลิกราคากลาง ขึ้นเงินมัดจำ และยกเลิกข้อจำกัดความสูงอาคารหลังภรรยาซื้อไว้ โดยทุกกรณีท่านมิได้ชี้แจงหลักฐานโต้แย้ง แต่กลับจัดหาพี่น้องประชาชนให้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน เพียงเพื่อให้ปกป้องตนเอง การที่อดีตผู้นำประเทศ เป็นแบบอย่างของการไม่เคารพกฎหมาย จะทำให้ประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือในเรื่อง นิติรัฐ ได้อย่างไร ?

3. ท่านไม่สมควรที่จะกล่าวหาว่า ต้นตอวิกฤตชาติ เกิดจากรัฐประหาร 19 กันยายน เพราะท่านเองเป็นผู้ที่ได้รับอำนาจจากระบอบประชาธิปไตย กลับได้ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 ด้วย พฤติกรรมของท่านเอง ท่านละเลยเรื่องการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินตามรัฐธรรมนูญ มีการทำรายการที่มีความขัดแย้งของประโยชน์ของรัฐกับส่วนตัวมากมาย ทั้งการลดส่วนแบ่งรายได้ของภาครัฐในมือถือระบบพรีเพดเพื่อความได้เปรียบของ กิจการของท่าน การให้ภาครัฐเท่านั้นที่รับภาระภาษีสรรพสามิตทั้งๆที่ได้ส่วนแบ่งรายได้ส่วน น้อย ซื้อที่ดินจากหน่วยงานภาครัฐ ฯลฯ กดดันและแทรกแซงองค์กรอิสระและหน่วยงานภาครัฐเพื่อตนเอง ทั้ง ปปง. ปปช. อสส. ดีเอสไอ กลต. ฯลฯ จึงเป็นเหตุให้การรัฐประหารชั่วคราวเป็นที่ยอมรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

ทาง ด้านเศรษฐกิจเอง วิกฤตเศรษฐกิจในโลกเองก็เกิดจาการกู้เกินตัว ใช้จ่ายเกินตัว ซึ่งชมรมนักธุรกิจเห็นว่า หากดูจากพฤติกรรมการบริหารงานประเทศโดยการสร้างหนี้ และซ่อนหนี้ทั้งระดับภาครัฐ และหนี้ประชาชน เพื่อมุ่งกระตุ้นการบริโภคจนมักจะเกินตัวตลอดมา ในวิกฤตการเงินโลกเช่นนี้ ประเทศไทยอาจต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอีกรอบหนึ่ง เหมือนสมัยที่ท่านเป็นรองนายกฯในรัฐบาลก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 ที่ผ่านมา

โชคดีที่ประเทศไทยมีรัฐบาลเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาบริหารบ้านเมือง ได้ล้างหนี้กองทุนน้ำมัน ได้ลดหนี้ตั๋วเงินคลังจาก 2.5 แสนล้านบาท เหลือเพียง 1.7 แสนล้านบาท ฯลฯ ท่านจึงไม่ควรสร้างภาพว่า เป็นการยึดอำนาจเพื่อเอา นายกฯ ที่บ้างานออกไป แล้วเอาคนแก่ที่ควรจะเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านมาเป็นแทนเป็นต้นตอวิกฤต ด้วยสถานการณ์วิกฤตการเงินโลกในครั้งนี้ ได้ช่วยให้คนไทยเข้าใจแล้วว่า เศรษฐกิจพอเพียง ได้สร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงให้ประเทศรอดจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้เป็น อย่างดี และกำลังเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศอื่นๆที่กำลังเผชิญวิกฤตการณ์ในขณะนี้อีก ด้วย

ชมรม นักธุรกิจฯขอเรียกร้อง สังคมไทยได้เสียหายเพราะปัญหาของท่านคนเดียวมามากและมานานแล้ว ในเมื่อท่านไม่เคารพประชาธิปไตย ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพศาล โดยท่านไม่ได้ใช้ ความจริง โต้แย้ง ท่านก็ไม่สมควรปลุกปั่นสร้างพวกพ้องบนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนเพื่อสร้างปัญหา อีกต่อไป และไม่สมควรส่งสาส์นใส่ร้ายประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินแม่ของคนไทยเราทุกคนออก ไปทั่วโลกอีกด้วย

ชมรมนักธุรกิจฯประกาศจุดยืนต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการจัดตั้ง สสร. 3 ซึ่งมีเป้าหมายจะแก้กฎให้ปกป้องการทำความผิด และจะรณรงค์ในหมู่นักธุรกิจและประชาชนทั่วไปให้ร่วมต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อความประสงค์ดังกล่าวทุกรูปแบบ

ชมรมนักธุรกิจฯขอเรียกร้องให้นักธุรกิจและประชาชนได้แสดงพลัง ส่ง email ต่อ ส่งแฟกซ์ต่อ เพื่อแสดงจุดยืนว่า เราต้องการ ประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องการระบบนิติรัฐ และต้องการความสงบ ประเทศต้องเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณธรรม และความรักสามัคคีไปเท่าไรแล้ว เพียงเพราะคนๆเดียวต้องการใช้ปกป้องความผิดของตนเอง จึงขอให้ท่าน

หยุดทำร้ายประเทศชาติเสียที

ไม่มีความคิดเห็น: